fbpx
ทำไมต้องทำเว็บไชต์

ทำไมต้องทำเว็บไชต์

  1. ค่าโฆษณาบน Facebook, Google Ads, IG แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าเรามีเว็บไชต์ของตัวเองเราสามารถทำ conteant marketing และ SEO ได้ตามต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าโฆษณาที่แพงขึ้นเรื่อย
  2. ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบเหมือนจ้างทำเว็บไซต์โดยตรงเว็บไซต์ คือสามารถจัดระเบียบเมนูได้ตามต้องการ ทำให้ลูกค้าหาข้อมูลได้ไวขึ้น
  3. ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทั้งในด้านข้อมูล และการออกแบบ เว็บไซต์ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้พอสมควร เพราะข้อมูลทุกอย่างมาจากเราโดยตรง และมีการออกแบบให้เข้ากับธุรกิจ
  4. Company Profile ออนไลน์ เว็บไซต์เปรียบเสมือน Company Profile หรือโบรชัวร์ ในรูปแบบออนไลน์ ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา
  5. ลูกค้าออนไลน์เยอะปัจจุบันผู้คนมากกว่า 2.4 พันล้านคน ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน และ 90% ของผู้คนเหล่านั้นได้ซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต หรืออย่างน้อยๆ ถ้าหากเรา ไม่มีเว็บไซต์ เรา…จะเสียลูกค้าเหล่านั้น
  6. ลูกค้าจะได้รู้ว่าเราทำธุรกิจอะไร ถ้าคนรู้ว่าเราทำอะไรหรือขายอะไรอาจจะได้ลูกค้าทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้ มาซื้อบริการหรือซื้อของเราได้
  7. ช่วยบรรลุเป้าหมายของธุรกิจ ถ้าเรามีเว็บไซต์ เราสามารถรับรู้ได้เลยว่า กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาชมเว็บไซต์เรา ช่วงอายุเท่าไหร่ ชอบอะไร เข้าชมหน้าเพจไหนมากที่สุด เข้าจากมือถือหรือคอมฯ จากเมืองไหน ประเทศไหน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ Google analytics ในการตอบคำถามเหล่านี้ได้ สามารถรู้ได้ว่าเป้าหมายถึงที่เราตั้ง ตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่หากเราวางแผนการทำ Online Marketing ดีๆ ทำให้เว็บไซต์ติดหน้า 1 ของ Google ก็ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ บางธุรกิจที่เคยมาปรึกษาผม อาศัยการทำ Online Marketing อย่างเดียว และช่วยให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด
  8. เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน เว็บไซต์สามารถทำงานได้ตลอดเวลาทุกวันไม่เว้นวันหยุด ไม่จำเป็นต้องมีคนมาเฝ้าหน้าจอ เฝ้าร้านตลอดเวลา ซึ่งทำงานลูกค้าทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงธุรกิจบริการของคุณได้ตลอดเวลา
  9. สื่อสารกับลูกค้า แค่คุณมีเว็บไซต์หรือ ก็สามารถอัพเดตข้อมูล ให้ลูกค้าทราบได้ตลอดเวลา สามารถเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆ ข้อเสนอใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ ให้ลูกค้าทราบ โดยไม่จำเป็นต้องออกบู๊ต
  10. การตลาด อินเตอร์เน็ต ได้เปิดการตลาดแนวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน การทำเว็บไซต์ ช่วยให้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยงบการตลาดที่ต่ำมากๆ
  11. บริการให้กับลูกค้า(Support) คุณสามารถลดต้นทุนในการ support ได้อย่างมาก แค่คุณทำเว็บไซต์ของธุรกิจของคุณ แล้วเปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาตั้งคำถามที่สงสัย หรือมารีวิวสินค้าของคุณ โดยตรงผ่านเว็บไซต์
F1-F12 ปุ่มลัดที่ควรรู้ไว้

F1-F12 ปุ่มลัดที่ควรรู้ไว้

F1 คือปุ่มทางลัดเข้าสู่คู่มือช่วยเหลือ (Help) ของโปรแกรมต่างๆ และถ้าคุณกดปุ่ม Windows Key ตามด้วย F1 มันก็คือปุ่ม Help ของโปรแกรมไมโครซอฟท์นั่นเอง
F2 คือถ้าคุณกดปุ่มนี้ขณะอยู่บนจอเดสก์ท็อป มันคือการไฮไลต์โฟลเดอร์หรือไฟล์เพื่อเตรียมจะเปลี่ยนชื่อ และถ้าอยู่บนโปรแกรม Microsoft Word เมื่อคุณกดปุ่ม Ctrl + F2 มันคือการ Preview เอกสารก่อนพิมพ์
F3 ปุ่มนี้ใช้เป็นทางลัดเข้าสู่ระบบ Search ของโปรแกรมต่างๆ
F4 กดปุ่ม Alt + F4 คือการออกจากโปรแกรมที่กำลังใช้งาน
F5 เมื่อกำลังท่องเว็บไซต์ กดปุ่มนี้คือการทำ Refresh หรือ Reload หน้าเว็บไซต์อีกครั้ง
F6 คือปุ่มที่ใช้เลื่อน Cursor ไปยัง Address Bar ขณะใช้งานเว็บเบราว์เซอร์
F7 กดปุ่มนี้เมื่ออยู่ใน Microsoft Word คือการเรียกเช็กระบบตรวจสอบคำผิด
F8 ปุ่มลัดใช้เรียก Start Menu เวลาอยู่ใน Safe Mode
F9 ปุ่มลัดเข้าสู่ระบบวัดระยะของโปรแกรม Quark 5.0
F10 กดปุ่ม Shift + F10 คือการทำงานเสมือนคุณกำลังคลิกขวาที่เมาส์
F11 กดปุ่มนี้เพื่อการเรียกดูเบราว์เซอร์แบบ Full Screen
F12 ใช้เป็นคำสั่ง Save as เมื่ออยู่ในโปรแกรม Microsoft Word

มาทำความรู้จัก  UPS กัน

มาทำความรู้จัก UPS กัน

   UPS เป็นคำย่อของ Uninterruptible Power Supply จะหมายถึง แหล่งจ่ายพลังงานต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่ไฟดับหรือเกิดปัญหาทางไฟฟ้า แล้วจ่ายพลังงานไฟฟ้าออกมาเป็นปกติ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

   1 Offline UPS หรือ Standby UPS  จากปกติแล้ว อุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) จะได้รับพลังงานจากระบบไฟฟ้าในบ้าน (Main) โดยตรง และในขณะเดียวกันตัวประจุไฟ (Charger) ก็จะทำหน้าที่แปลงพลังงานจากไฟฟ้า 220v AC (Main) เข้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ด้วย และหากเกิดไฟฟ้าดับ Battery ก็จะจ่ายพลังงานไปให้กับ Inverter เพื่อแปลงกระแสไฟฟ้า DC ให้เป็นกระแสสลับ AC เพื่อให้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทำงานตามปกติ แต่ว่า UPS ชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กรณีที่ไฟฟ้าดับอย่างเดียว ไม่สามารถป้องกันกระแสไฟฟ้าที่ผันผวนได้ จึงมีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่า UPS ชนิดอื่นๆ

  2 Online Protection UPS หรือ Line Interactive UPS with Stabilizer  ซึ่งตัวนี้จะมีระบบจะออกแบบมาคล้ายกับ Offline UPS แต่ที่จะมีเพิ่มเข้ามา คือ ระบบช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (Stabilizer) โดย UPS ชนิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ช่วยเรื่องทำให้กระแสไฟฟ้าคงที่ ไม่เกิดการกระชากระหว่างไฟตก โดยหากกระแสไฟฟ้าไม่ได้มีการผันผวนมากนัก UPS ชนิดนี้ก็จะไม่ดึงเอาพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้งาน เป็นการรักษาแบตเตอรี่ไปด้วยภายในตัว จึงทำให้เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน

   3. True Online : หรือ อาจจะเรียกว่า Double Conversion ประเภทนี้คือที่ดีสุดของ UPS สามารถป้องกันปัญหาทางไฟฟ้าทุกกรณี และมีแบตเตอรี่รองรับการไฟตก ไฟดับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือประเภทนี้ออกแบบมาให้ อุปกรณ์ สามารถทำงานได้ตลอดอย่างต่อเนื่อง (ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ด้วย) ประเภทนี้จึงเหมาะกับ อุปกรณ์ที่เซนซิทีฟกับไฟฟ้ามากๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่ราคาสูง เพราะคุณภาพไฟฟ้ามีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์

นามสกุลเว็บไซต์  ที่ใช้กันทั่วไป

นามสกุลเว็บไซต์ ที่ใช้กันทั่วไป

.com ย่อมาจาก commercial หมายถึง บริษัท องค์กรพาณิชย์ หรือ ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว
.net ย่อมาจาก network หมายถึง ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network)
.org ย่อมาจาก organization หมายถึง องค์กรไม่หวังผลกำไร
.biz ย่อมาจาก business หมายถึง องค์กร บริษัท ห้างหุ้นส่วน คล้ายกับ .com
.info ย่อมาจาก information หมายถึง ข้อมูลสารสนเทศ
.co ย่อมาจาก commercial หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจ
.ac ย่อมาจาก academic หมายถึง โรงเรียน มหาวิทยาลัย
.or ย่อมาจาก organization หมายถึง องค์กรไม่หวังผลกำไร
.in ย่อมาจาก individual in Thailand หมายถึง บุคคลทั่วไป
.net ย่อมาจาก network in Thailand หมายถึง หน่วยงาน/องค์กรทำธุรกิจด้านเครือข่าย

ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร เป็นตัวย่อที่อยู่หลังตัวย่อนามสกุลเว็บไซต์อีกทีเพื่อจะได้รู้ที่ตั้งอยู่ประเทศ
.th คือ ประเทศไทย เช่น .co.th หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจที่ตั่งอยู่ประเทศไทย
.cn คือ ประเทศจีน เช่น .co.cn หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจที่ตั่งอยู่ประเทศจีน
.uk คือ ประเทศอังกฤษ เช่น .co.uk หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจที่ตั่งอยู่ประเทศอังกฤษ
.jp คือ ประเทศญี่ปุ่น เช่น .co.jp หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจที่ตั่งอยู่ประเทศญี่ปุ่น
.au คือ ประเทศออสเตรเลีย เช่น .co.au หมายถึง บริษัทหรือองค์กรที่ประกอบธุรกิจที่ตั่งอยู่ประเทศออสเตรเลีย

boot Menu

boot Menu

ปุ่ม BIOS / Boot Menu ของโน๊คบุ๊ค (Notebook/Laptop)

Notebook/laptop Bios key Boot menu key
acer F2 F12
asus F2 Esc
compaq F10 Esc,F9
dell F2 F12
fujitsu F2 F12
hp F10 Esc,F9
lenovo F1,F2 F12
nec F2 F5
Sumsung F2 Esc
sharp F2
sony F1,F2,F3 F11
toshiba F2 F12

ปุ่ม BIOS / Boot Menu PC / Desktop

PC/Desktop Bios key Boot menu Key
Asus del F8
acer DeL F12
dell F2 F12
gigabyte Del,F2 F12
msi Del F11
intel F2 F10
asrock F2 F11
evga Del F7
lenovo F1,F2 F12,F8,F10
hp F1 Esc
ibm F1 F12

Pin It on Pinterest